“โคลหล่อ” ยก “ลูกากู” คนที่ใช่พาสิงห์ป้องกันแชมป์ CL

  • 14 กันยายน 2021
  • news

โจ โคล อดีตนักเตะของ เชลซี มองว่าหัวหอกฟอร์มฮ็อตอย่าง โรเมลู ลูกากู คือคนที่ใช่สำหรับตันสังกัดเก่าของเขา ที่จะพาทีมคว้าถ้วยแชมเปี้ยนส์ลีกอีกครั้งในฤดูกาลนี้

ดาวยิงวัย 28 เพิ่งย้ายจาก อินเตอร์ มิลาน กลับมาอยู่กับ “สิงห์บลูส์” ในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา ด้วยค่าตัว 97.5 ล้านปอนด์

แม้ เชลซี จะคว้าถ้วยแชมเปี้ยนส์ลีกมาครองได้สำเร็จเมื่อฤดูกาลก่อน แต่พวกเขายังขาดกองหน้าที่ไว้ใจได้ ซึ่งทำให้ต้องทุ่มเงินเพื่อเสริมทัพในตำแหน่งดังกล่าวช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา

โคล เชื่อว่า ดาวยิงทีมชาติเบลเยียมจะกลับมาช่วยให้อดีตต้นสังกัดของเขา รักษาแชมป์ถ้วยใหญ่ของยุโรปได้ในฤดูกาลนี้

“ก่อนเริ่มซีซั่น ทุกคนรู้ดีว่า เชลซี ต้องลงตลาดเพื่อคว้ากองหน้าตัวเป้า และเมื่อมองตามความเป็นจริงมันก็มีแค่ 5 คนที่ผ่านเกณฑ์” เขากล่าว

“คุณมองไปที่นักเตะอย่าง (โรเบิร์ต) เลวานดอฟสกี้, (เออร์ลิ่ง) ฮาลันด์, (คิลิยัน) เอ็มบัปเป้, (คริสเตียโน่) โรนัลโด้ และ ลูกากู, พวกเขาต่างก็เป็นแข้งระดับท็อป”

“ไม่มีคนใดที่จะได้มาในราคาถูกๆ เพราะพวกเขาต่างก็เป็นเบอร์ต้นๆในวงการ แต่เมื่อคุณลองวิเคราะห์และดูสิ่งที่ เชลซี ต้องการ ลูกากู ถือเป็นตัวเลือกชั้นยอด”

“เรากำลังพูดถึงจอมถล่มประตูที่พิสูจน์ตัวเองมาแล้ว ซึ่งอยู่ในช่วงพีคที่อายุ 28 และมีพร้อมทุกอย่างทั้งความไว, พละกำลัง, เล่นกลางอากาศได้เยี่ยม, เป็นตัวจบสกอร์ชั้นยอด และอื่นๆอีกมากมาย”

“แล้วเขาจะลา เชลซี ไปทำไมตั้งแต่แรก? คุณอาจจะพูดถึง เควิน เดอ บรอยน์ และ โม ซาล่าห์ ในลักษณะเดียวกัน แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่ ลูกากู จะย้ายกลับมายังสโมสรเดิม”

“เมื่อคุณเป็นแชมป์ยุโรปและต้องการป้องกันตำแหน่ง คุณจำเป็นต้องมีนักเตะที่ดีที่สุดอยู่ตรงนี้ในเวลานี้ ไม่ใช่สัปดาห์หน้าหรือปีหน้า”

“คุณจะซื้อนักเตะเข้ามา 21-22 คนแล้วรอดูการพัฒนาของเขาในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าแบบ ท็อตแน่ม (ฮ็อตสเปอร์) หรือ อาร์เซน่อล ไม่ได้, เชลซี ต้องการตัวทำประตู ณ บัดนี้เลย”

“เมื่อเขามองย้อนกลับไปในเส้นทางอาชีพของตัวเอง บางทีเขาอาจยอมรับว่าไม่พร้อมเป็นผู้นำแนวรุกของ เชลซี เมื่อ 8-9 ปีก่อน และเขาจำเป็นต้องเดินทางเพื่อปลดปล่อยศักยภาพที่แท้จริงของตัวเอง”

“แต่นี่คือเวลาที่เหมาะสมสำหรับเขาที่จะแบกความรับผิดชอบนั้น และเขาเพิ่มโอกาสอีก 4-5 เปอร์เซ็นต์ให้ เชลซี สำหรับการคว้าถ้วยแชมเปี้ยนส์ลีกอีกครั้ง”

ที่มา www.soccersuck.com

Share: