ปิดตำนาน!!! “ดร็อกบา”แขวนสตั๊ดจบเส้นทางยอดหอก

  • 22 พฤศจิกายน 2018
  • news

ดิดิเย่ร์ ดร็อกบา กลายเป็นอีกหนึ่งตำนานกองหน้าแห่งโลกลูกหนังอย่างเป็นทางการหลังจากได้ประกาศยืนยันการเลิกเล่นฟุตบอลอาชีพ

อดีตแข้งวัย 40 ปีลงเล่นนัดสุดท้ายไปเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2018 ให้ทีม ฟีนิกซ์ ไรซิ่ง ซึ่งเขาถือหุ้นสโมสรอยู่ส่วนหนึ่งในเกมชิงแชมป์ยูไนเต็ด ซ็อกเกอร์ ลีก (USL) ลีกดิวิชั่น 2 ของสหรัฐอเมริกาโดยพ่าย หลุยส์วิลล์ ซิตี้ 0-1 ได้แค่รองแชมป์

อย่างไรก็ตามก่อนหน้านั้นอดีตศูนย์หน้าทีมชาติไอวอรี่ โคสต์ประสบความสำเร็จมามากมายและล่าสุดเจ้าตัวได้ให้สัมภาษณ์กับบีบีซี “ผ่านมา 20 ปีผมได้ตัดสินใจยุติเส้นทางค้าแข้ง จบแบบนี้ดีสุดแล้ว ได้ช่วยให้น้องๆดาวรุ่งพัฒนา”

“การได้ตอบแทนบางอย่างให้กับเกมลูกหนังคือการจบที่ดีที่สุดเพราะผมได้เรียนรู้อะไรมากมายเหลือเกินจากเกมลูกหนัง”

กว่า ดร็อกบา จะได้เล่นฟุตบอลบนลีกสูงสุดก็ตอนอายุ 23 ปีซึ่งเขาถูก แก็งก็อง ดึงตัวไปจาก เลอ ม็องส์ ในเดือนมกราคมของปี 2002

ดร็อกบา แจ้งเกิดบนเวทีลีก เอิงและหลังจากนั้น 18 เดือนก็ได้ย้ายไปอยู่ทีมยักษ์ใหญ่แดนน้ำหอมอย่าง โอลิมปิก มาร์กเซย และปีต่อมาก็ได้มุ่งสู่ เชลซี ด้วยค่าตัว 24 ล้านปอนด์

‘ดร็อก’ เล่นให้ ‘สิงห์ไฮโซ’ 2 รอบรวมแล้วทำไป 164 ประตูจากการลงเล่น 381 นัดรวมทุกรายการได้แชมป์พรีเมียร์ลีก 4 สมัยและแชมเปี้ยนส์ ลีก 2 สมัย

รอบแรกในรั้วสแตมฟอร์ด บริดจ์ ดร็อกบา อยู่โยงถึง 8 ปีได้แชมป์พรีเมียร์ลีก 3 สมัย, เอฟเอ คัพ 4 สมัย และลีก คัพ 2 สมัยและคว้าตำแหน่งดาวยิงสูงสุดของลีกฤดูกาล 2006/07 และ 2009/10

ดร็อกบา ปิดฉากยุคแรกกับ เชลซี ด้วยการเป็นคนสังหารจุดโทษประตูชัยให้ทีมดวลเป้าตัดสินชนะ บาเยิร์น มิวนิค คว้าแชมป์ยุโรปแล้วจบฤดูกาลนั้นก็ย้ายไปเล่นให้ เซี่ยงไฮ้ เสิ่นหัว อยู่ 6 เดือนต่อด้วยอีก 1 ปีครึ่งกับ กาลาตาซาราย

จากนั้น ดร็อกบา กลับมาอยู่ เชลซี อีกรอบในซีซั่น 2014/15 ทำไป 7 ประตูได้ดับเบิลแชมป์พรีเมียร์ลีกกับลีก คัพแล้วก็อำลาอีกรอบทิ้งไว้ซึ่งสถานะดาวยิงสูงสุดตลอดกาลอันดับ 4 ของสโมสร

ปี 2015 ดร็อกบา ย้ายไปค้าแข้งในเมเจอร์ลีกของสหรัฐอเมริกากับ มอนทรีออล อิมแพกต์ ก่อนจะมาปิดฉาก 18 เดือนสุดท้ายในการเล่นฟุตบอลอาชีพกับ ฟีนิกซ์ ไรซิ่ง กับบทบาทผู้เล่น-เจ้าของสโมสรร่วมนั่นเอง

ในระดับชาติ ดร็อกบา ลงสนามรับใช้ ‘ช้างดำ’ ทั้งสิ้น 105 นัดทำไป 65 ประตูได้เล่นฟุตบอลโลก 3 สมัยและคว้าตำแหน่งนักเตะแอฟริกันยอดเยี่ยมแห่งปี 2 ครั้งด้วยกัน

ที่มา www.soccersuck.com

Share:

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

+ 22 = 27